2010 Mercedes-Benz CLS โฉมล่าสุดของสปอร์ตคูเป้ 4

เมอเซเดส-เบนซ์เผยโฉมยานยนต์ระดับหรูหราในรูปแบบของซีดานสไตล์สปอร์ตคูเป้แบบ 4 ประตูรุ่นใหม่ล่าสุดสายพันธ์ที่ 2 ของตระกูล CLS รุ่นปี 2010
โดยได้รับการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกและภายในห้องโดยสารใหม่ทั้งหมด เครื่องยนต์และระบบถ่ายทอดกำลังพัฒนาขึ้นใหม่ เน้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดเชื้อเพลิง พร้อมกับนำเทคโนโลยี่นวัตกรรมยานยนต์ทั้งด้านการควบคุมการขับขี่และด้านความปลอดภัย
เมอเซเดส-เบนซ์พัฒนาสปอร์ตซีดานสไตล์คูเป้ตระกูล CLS ต่อเนื่องจากรุ่นก่อนที่เปิดตัวไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยโฉมใหม่ล่าสุด มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น รหัสรุ่น CLS 550 และ CLS 63 AMG โดยรุ่น 63 AMG ได้รับการโมดิฟายจาก AMG ในส่วนของเครื่องยนต์ แบบ วี-8 สูบ ขนาด 6.3 ลิตร
รูปลักษณ์ภายนอกออกแบบใหม่ทั้งหมดสไตล์สปอร์ตหรูหราเป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ วัดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศได้เท่ากับ 0.31 กรอบไฟหน้ารูปทรงเรียวยาว แผงสปอยเลอร์หน้ามีช่องดักอากาศแบบรังผึ้ง ติดตั้งไฟตัดหมอก มิติตัวรถมีความยาวตัวรถเท่ากับ 4917.5 มิลลิเมตร ความกว้างตัวรถ 1872 มิลลิเมตร ความสูงตัวรถ 1419.9 มิลลิเมตรและความยาวฐานล้อ 2855 มิลลิเมตร

Mercedes-Benz E 300 หรูสบายสไตล์คลาสสิก

เมื่อเร็วๆนี้  บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมทดสอบรถยนต์ Mercedes-Benz the new E-Class สำหรับสื่อมวลชนในเส้นทาง กรุงเทพฯ-ภูเก็ต เป็นเวลา 3 วันเต็ม ด้วยระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการทดสอบที่ยาวนานมากสำหรับผม
Mercedes-Benz E 300  รหัส W 212  เป็นรถตระกูล อีคลาส ตัวแรกที่ประกอบขึ้นภายในประเทศ  สาเหตุที่เลือกเครื่องยนต์วี 6 ตัวนี้   เนื่องจากเป็นเครื่องที่เหมาะสมกับคุณภาพน้ำมันในประเทศไทย ซึ่งมีค่ามาตรฐานระดับยูโร 3 ขณะที่เครื่องรุ่นอื่นๆที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ เป็นระดับยูโร 5 กันแล้ว ไม่เหมาะกับน้ำมันในประเทศไทย โดยตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่  4.999 ล้านบาท
เส้นทางการทดสอบ เริ่มที่กรุงเทพฯ  ผ่านชุมพร พังงา โดยมีจุดหมายปลายทางที่จังหวัดภูเก็ต  มีรูปแบบถนนที่หลากหลาย ทั้งทางราบ ทางโค้ง คดเคี้ยว ขรุขระ หรือทางขึ้นเขา และยังได้ทดสอบการขับขี่ในยามค่ำคืนอีกด้วย E 300 AVANTGARDE  ยังคงใช้ระบบสตาร์ตด้วยกุญแจรถ ไม่เหมือนรถพรีเมียมรายอื่นๆ ที่ใช้ระบบสมาร์ท เอ็นทรี กดปุ่มสตาร์ต /สต็อป เหมือนต้องการคงความคลาสสิกเอาไว้   อย่างไรก็ตาม  รูปโฉมของอี 300  ภายใต้รหัส  W 212    ปรับปรุงภาพรวมให้ทันสมัยขึ้นอีกมาก
ตลอดการเดินทาง  เครื่องยนต์ขนาด V6 ปริมาตรกระบอกสูบ 2996 ซีซี มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 7  จังหวะ ให้อัตราเร่งแซงที่น่าพอใจ เสียงเครื่องเงียบ แต่ให้สมรรถนะโดดเด่นพอตัว  ให้กำลังสูงสุด 161  กิโลวัตต์ / 219 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตรที่ 2,500 – 5,000 รอบ/นาที    เพียงพอให้รถเคลื่อนที่จาก 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาแค่  7.4 วินาที ให้ความเร็วสูงสุดที่ 247 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ยเพียง 9.1 กิโลเมตร/ลิตร ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 212 กรัม/กิโลเมตร

MERCEDES-BENZ E63 AMG Estate เต็มสมรรถนะ

สปอร์ตเอสเตทโฉมใหม่ล่าสุดของเมอร์เซเดสเบนซ์ได้นำมาโมดิฟายเสริมสมรรถนะความร้อนแรงอีกระดับ พร้อมกับเสริมประสิทธิภาพของระบบกันสะเทือนและระบบเบรกโดยอาศัยเทคโนโลยีระดับสูง เน้นในความปลอดภัยสูงทั้งด้าน Active Safety และ Passive Safety
สปอร์ตเอสเตทโมดิฟายโฉมใหม่ล่าสุดจากสำนัก AMG รหัสรุ่น E63 AMG Estate ได้รับการปรับแต่งในส่วนของเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลังสูงกว่ารุ่นพื้นฐาน เนื้อที่บรรจุสัมภาระด้านท้ายขยายใหญ่ และเครื่องยนต์ประหยัดเชื้อเพลิงแต่ยังคงเปี่ยมสมรรถนะ
รูปทรงภายนอกติดตั้งสปอยเลอร์ที่ออกแบบใหม่เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ โดยผลิตจากวัสดุแอฟรอน สปอยเลอร์หน้ามีช่องดักอากาศขนาดใหญ่และมีช่องระบายอากาศด้านข้าง ไฟหน้ามีระบบไฟแบบ Intelligent Light System ติดตั้งไฟแบบ LED ที่สปอยเลอร์หน้า เหนือหลังคาด้านท้ายติดสปอยเลอร์ท้าย ปลายท่อไอเสียรูปทรงเหลี่ยมคู่แยกซ้าย-ขวา กรอบไฟท้ายรูปทรงเหลี่ยมเป็นไปแบบ LED กระทะล้อ ขนาด 19 นิ้ว ติดตั้งยางคู่หน้า ขนาด 255/35ZR19 ยางคู่หลัง ขนาด 285/30ZR19

VÄTH Automobiltechnik ออกชุดแต่งแปลงโฉม Mercedes-Benz E63 AMG

VÄTH Automobiltechnik ได้ปล่อยชุดแต่งใหม่สำหรับ Mercedes-Benz E63 AMG โดยใช้ชื่อชุดแต่งว่า VÄTH V63RS ซึ่งประกอบด้วยชุดแต่งคาร์บอนสำหรับภายนอก ได้แก่ กระจังหน้าไร้ดาวสามแฉก (797 ยูโร) สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง(333 ยูโร) Diffuser (1,773 ยูโร) และลิปสปอยเลอร์ (1,416 ยูโร) นอกนั้นจะเป็นการปรับระดับระบบกันสะเทือนที่โหลดเตี้ยลงไปอีก 30 มิลลิเมตร(821 ยูโร) ส่วนล้ออัลลอยเป็นแบบ 3 ก้าน ขอบ 20 นิ้วหุ้มด้วยยางสมรรถนะสูง(8,211 ยูโร) ส่วนการแต่งภายในประกอบด้วย ชุดแต่งทำด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์(2,737 ยูโร) พรมรองพื้นทำด้วยกำมะหยี่ที่มีโลโก้ของ VÄTH (226 ยูโร)

Brabus Mercedes Benz GLK V12

บราบัส เผยโปรเจ็คใหม่ วางเครื่องยนต์ วี12 ทวินเทอร์โบ 750 แรงม้า ลงในเอสยูวีพันธุ์แกร่ง Mercedes-Benz GLK กระชากสมรรถนะทำท๊อปสปีด 322.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เปิดตัวใน ดูไบ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์พร้อมราคาจำหน่าย 19,850,000 บาท
การวางเครื่องยนต์ วี12 ลงในห้องเครื่องยนต์ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก นับเป็นความท้าทายของวิศวกรของบราบัส ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ เครื่องยนต์ใช้พื้นฐานจากรุ่น วี12 5,500 ซีซี ขยายความจุเพิ่มขึ้นเป็น 6,300 ซีซี ด้วยการเปลี่ยนข้อเหวี่ยงเพิ่มช่วงชัก และคว้านกระบอกสูบใหญขึ้น เปลี่ยนลูกสูบและก้านสูบแบบพิเศษ ระบบ 3 วาล์วต่อสูบ ได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแคมชาร์ฟใหม่

Mercedes-Benz เป็นรถ 2 ยี่ห้อ มารวมกัน

Karl Benz เริ่มผลิตรถยนต์คันแรกเมื่อ January 1886
Wilhelm Maybach ก่อตั้ง Mercedes automobile in 1901 โดยตั้งชื่อตามลูกสาว  และมีความหมายถึง พระแม่มารี ในภาษาเสปน
และผลิต รถตาม order เท่านั้น

จนมาถึงปี 1926 เกิดวิกริตการทางการเงิน ทั้งสองบริษัทจึงควบรวมกิจการกัน ในที่สุด จึงมาเป็น Mercedes-Benz

รถถูกออกแบบโดย
Karl Benz
และ เครื่องยนต์โดย
Wilhelm Maybach

เมร์เซเดส-เบนซ์ MERCEDES-BENZ

เมร์เซเดส-เบนซ์ หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า เบนซ์ นับเป็นรถเยอรมันุคณภาพเยี่ยมอีกยี่ห้อหนึ่ง สัญลักษณ์ของรถยี่ห้อนี้ เป็นรูปดาวสามแฉกล้อมรอบด้วยวงกลม ผู้ผลิตรถเมร์เซเดส-เบนซ์ คือ บริษัท ไดมเลร์-เบนซ์ อาเก ( DAIMLER-BENZ AG) แห่งเยอรมนี ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เก่าแก่และมีประวัติความเป็นมาของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาป ภายใน บริษัท ไดมเลร์-เบนซ์ อาเก ถือกำเนิดในปี 1926 โดยเป็นผลลัพธ์จากการรวมตัวของผู้ผลิตรถยนต์สองรายที่มีบทบาทอย่างสำคัญต่ออุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ยุคบุกเบิก คือ บริษัท DAIMLER MOTORENGESELLS- CHAFT ซึ่ง โกทท์ลีบ ไดมเลร์ (GOTTLIEB DAIMLER) ผู้ได้ชื่อว่าเป็น ผู้ประดิษฐ์รถยนต์สี่ล้อคันแรกของโลก ก่อตั้งเมื่อปี 1890 กับบริษัท BENZ & CIE ของคาร์ล เบนซ์ (CARL BENZ) ผู้ได้ชื่อว่าเป็นนักประดิษฐ์คนสำคัญของโลกที่ผลิตรถยนต์ออกจำหน่าย และขณะที่รวมกิจการเข้าด้วยกันโกทท์ลีบ ไดมเลร์ได้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 10 ปี

ส่วนชื่อ เมร์เซเดส (MERCEDES) ซึ่งเป็นชื่อยี่ห้อรถนั้น มีจุดเริ่มต้นในปีที่โกทท์ลีบ ไดมเลร์ถึงแก่กรรมเมื่อ วิลเฮล์มมายบัค (WILHELM MAYBACH) ผู้สืบทอดกิจการจากโกทท์ลีบ ไดมเลร์ได้ตั้งขื่อรถขนาด 35 แรงม้า ที่ส่งเข้าแข่งขันและได้รับชัยชนะที่เมืองนีศ ในประเทศผรั่งเศสว่า “เมร์เซเดส” ตามชื่อธิดาคนโตของเอมิลเจลลิเนค (EMIL JELLNEK) นายธานคารชาวออสเตรียซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถให้แก่ไดมเลร์ในขณะนั้น และนับแต่นั้นเป็นต้นมาชื่อเมร์เซเดสก็ได้กลายชื่อยี่ห้อรถของไดมเลร์ ครั้นเมื่อรวมกิจการเข้ากับเบนซ์ในอีก 26 ปีต่อมา รถที่บริษัทใหม่นี้ผลิตออกจำหน่ายก็ใช้ชื่อ “เมร์เซเดส-เบนซ์” และใช้เครื่องหมายดาวสามแฉกล้อมรอบด้วยวงกลมเป็นสัญลักษณ์ติดต่อกันมาตราบจนปัจจุบัน ไดมเลร์-เบนซ์ นับเป็นตัวอย่างที่ดีของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ที่สามารถประยุกต์ขบวนการผลิตแบบ MASS PRODUCTION หรือ “มวลผลิต” เข้ากับการผลิตรถระดับหรู หรือ EXOTIC CAR ปัจจุบัน ไดมเลร์-เบนซ์ มีฐานะเป็นบริษัทอุตสาหกรรมที่มียอดขายสูงสุดของเยอรมนี

เบนซ์อมรรัชดา โชว์ยอดจำหน่ายสูงสุด ครองตลาดเบนซ์

นายอมร ตั้งบรรยงค์ ประธาน บริษัท เบนซ์อมรรัชดา จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงเดือน กันยายน บริษัทฯมียอดจำหน่ายรถยนต์เบนซ์มือสองจำนวน 202 คัน ซึ่งมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผลมาจากบริษัทฯมีการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อให้สิทธิพิเศษกับลูกค้าอย่างหลากหลาย รวมทั้งมีการให้บริการหลังการขายที่ครบวงจร ส่งผลให้ลูกค้าของบริษัทเกิดความเชื่อมั่นและเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่วนรายได้ของบริษัทมีอัตราเพิ่มขึ้น 10 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งรายได้ของบริษัทแบ่งเป็น รายได้จากการขาย 90% และรายได้จากการบริการ 10%

นอกจากนี้คาดว่าในปี 2549 บริษัทฯจะมียอดจำหน่ายรถยนต์เบนซ์มือสองจำนวนทั้งสิ้น 280 คัน โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้ยอดขายรถของบริษัทฯจะยังมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายในรูปแบบต่างๆ และในช่วงปลายปีจะเป็นช่วงที่ยอดจำหน่ายรถมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดของปี เนื่องจาก เป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปี จะมีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของค่ายรถ ทำให้ตลาดคึกคักขึ้น รวมถึงงานแสดงรถยนต์ Motor Expo ในปลายปี ก็ช่วยกระตุ้นตลาดได้มากพอสมควร

รวมพลเบนซ์ ในงาน Mercedes-Benz Day

ชมรมรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยจัดงาน Mercedes-Benz Day ครั้งที่ 3 ประจำปี 2551 โดยคาดว่าสามารถรวมพลคนรักเบนซ์จากทั้งในประเทศไทยรวมถึงคนรักเบนซ์ในต่างประเทศให้มาร่วมงานได้ ซึ่งงานดังกล่าวถือว่าเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญประจำปีของชาวเบนซ์ โดยจะจัดขึ้น ณ สวนสนุก Wonder World รามอินทรา วันที่ 23 กุมภาพันธ์ นี้

นายบุญฤทธิ์ จุลละทรัพย์ ประธานชมรมรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ชมรมฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากกับการจัดงานในปีนี้ และถือว่าเป็นกิจกรรมเดียวและยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับการมารวมตัวกันของพวกเราชาวคนรักเบนซ์จากทุกชมรมในประเทศไทย เพราะจะมีรถเบนซ์รุ่นคลาสสิคที่จะเข้าร่วมงานกว่า 300 คัน ซึ่งเป็นภาพที่หาชมได้ยากยิ่ง ทางชมรมฯ ขอเชิญชวนชมรมคนรักรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกชมรม รวมถึงเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ นำรถของท่านมาร่วมงานในครั้งนี้ สำหรับทุกท่านที่นำรถเบนซ์ของท่านมาร่วมงาน จะได้รับของที่ระลึกซึ่งจัดทำขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะงานนี้”

งาน Mercedes-Benz Day ครั้งนี้นับเป็นปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรวมพลคนรักเบนซ์ในประเทศไทยปีละครั้ง อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากทางบริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงชมรมต่างๆ อาทิ S-Klasse Club, SL Club, Club SL129 และ Club W123 เป็นต้น ซึ่งบุคคลทั่วไปที่ชื่นชอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ก็สามารถเข้าร่วมงานได้เช่นกัน นอกจากนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากการบริจาคของสมาชิกในทุกๆ ชมรมฯในปีนี้จะร่วมสมทบทุนให้กับทางมูลนิธิ พอ.สว.ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์อีกด้วย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ส่ง E-Classใหม่ 3 รุ่น

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)ถือฤกษ์ดีต้นปี 2552 ประเดิมตลาดรถหรูส่ง E-Class ออกสู่ตลาดถึง 3 รุ่น คือ E 230 E 230 และ E200
ศาสตราจารย์ ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า “ในปีนี้บริษัทฯได้นำเสนอเมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class เพิ่มขึ้นอีก 3 รุ่นในครั้งนี้ เนื่องจากรถยนต์ E-Class เป็นเซ็กเม้นต์หลักของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ทำตลาดอยู่ในขณะนี้และได้รับความนิยมอย่างสูงจากท่านลูกค้ามาโดยตลอด ซึ่งการเปิดตัวรถยนต์ E-Class ทั้ง 3 รุ่นนี้ จะเป็นการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ให้ตรงใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญยังเป็นโอกาสดีให้ท่านลูกค้ารายใหม่ ๆโดยเฉพาะผู้บริหารรุ่นหนุ่มสาวนิวเจเนเรชั่น ที่ใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าของรถยนต์หรูชั้นนำระดับโลก “Mercedes-Benz as a dream car” ให้สามารถครอบครองเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นด้วย”รถยนต์หรูเมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นใหม่รายละเอียดดังต่อไปนี้
Mercedes-Benz E 230 2.5 AVANTGARDE Sports Premium Edition เน้นถึงความสปอร์ต หรูหรา และความคุ้มค่า ด้วยเครื่องยนต์วี 6 สูบ 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุดถึง 245 นิวตันเมตร ที่ 2,900 – 5,500 รอบต่อนาที มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 9.1 วินาที และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 240 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง การตกแต่งอันโดดเด่น บ่งบอกถึงความเป็นผู้นำในตัวคุณได้แก่ การตกแต่งภายนอกแบบสปอร์ต (ล้ออัลลอยด์ 18 นิ้ว ดิสก์เบรกล้อหน้าแบบมีครีบระบายความร้อนพร้อมสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์บนคาลิปเปอร์เบรก และปลายท่อไอเสียคู่) การตกแต่งแบบพรีเมียม (กาบบันไดพร้อมสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์เรืองแสงและคิ้วโครเมียมบริเวณขอบหน้าต่างทั้งสี่บาน) ระบบวิทยุรุ่น COMAND APS ที่มีระบบนำทางสำหรับประเทศไทย และระบบสั่งงานด้วยเสียง ราคา 4,449,000 บาท ข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 0 % ผ่อน 3 ปี